:+: WE ARE SOC-WORK :+:

posted on 26 Jan 2007 10:10 by nawan in NaWaN-NoTE

ตอนแรกก็กะว่าจะลายาวอ่ะนะ แต่อดไม่ได้ที่จะเขียนถึงซะหน่อย

เมื่อวานเป็นวันเกิดคณะสังคมสงเคราะห์ เลยไปงานคืนสู่เหย้ามา

"53 ปี สืบสาน สายใย ร้อยใจชาวสังคมสงเคราะห์"

จัดขึ้นนื่องในโอกาส ครบรอบ 53 ปี วันสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริเวณลานหน้าตึกโดม

มหาวิทยาบลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

พอไปถึงงานสิ่งแรกที่เห็นก็คือ ทุกคนพร้อมใจใส่เสื้อเหลือง กับสีเลือดหมู (สีประจำคณะ)

พอลงทะเบียนเสร็จก็จะได้รับคูปองอาหารเลือกอาหารจากซุ้มอาหารต่างๆ ฟรี

มีการแสดงต่างๆ ให้ดู แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น

มันมีความรู้สึกเหมือนกับว่าได้กลับมาบ้านหลังเก่า

ได้เจอกับเพื่อนๆ น้องๆ พี่ๆ และอาจารย์ที่เคารพรัก

มีการพูดคุยถามเกี่ยวกับงานที่ทำ สารพัดสารพัน

นอกจากนั้น ยังได้มีโอกาสร้องเพลง "ยูงทอง" อีกครั้ง

เวลาร้องเพลงนี้ทีไร ขนลุกทุกที ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

อาจเป็นเพราะเเลือดของเราเป็นสีเหลืองแดงล่ะมั้ง

****************************

จริงๆ entry นี้อาจจะไม่ได้เล่าถึงภาพงานทั้งหมด

แต่อยากจะบรรยายความรู้สึกเกี่ยวกับคณะสังคมสงเคราะห์มากกว่า

****************************

คำถามยอดฮิตที่มักจะถูกถาม

"ทำไมถึงเลือกเรียนสังคมสงเคราะห์"

"เรียนสังคมสงเคราะห์จบแล้วจะไปทำอะไร"

ตอนที่เพิ่งเอ็นติดใหม่ๆ ก็ตอบไปอ่ะนะว่า

"จบมาก็จะมาร้องเพลง หาเงินบริจาค"

ซึ่งเป็นภาพที่ทุกคนจะคุ้นกับคำว่าสังคมสงเคราะห์ จริงมั้ยคะ??

แต่มาตอนนี้ คงตอบว่า

"สังคมสงเคราะห์ทำให้เข้าใจคนอื่น ทำให้เข้าใจว่าทำไมเค้าทำถึงทำอย่างนั้น

ที่เค้ามีพฤติกรรมอย่างนั้นเป็นเพราะอะไร ทุกอย่างมันมีเหตุผลน่ะ"

บางคนอาจจะบอกว่าเวอร์ป่าว จบมาแล้วเป็นอย่างนั้นเลยหรอ

อาจจะเป็นเพราะที่ว่าวิชาที่เราเรียน มีทั้งเรียนในห้องเรียน

เทอมต่อมา ก็มีวิชาที่เป็นวิชาการดูงานหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะ

พอซัมเมอร์ก็จะต้องลงฝึกงานในหน่วยงานในกรุงเทพฯ

ซัมเมอร์ต่อมาก็จะต้องลงพื้นที่ฝึกงานในชุมชนต่างจังหวัด

ใช้ชีวิตกินนอนอยู่กับชาวบ้านราวๆ 3 เดือน

3 ปีครึ่งของการใช้ชีวิตการเรียนในคณะนี้ กับหลักสูตรการเรียน

เราว่ามันให้อะไรกับตัวเรามากกว่าที่เราและคนอื่นคิด

โดยเฉพาะปรัชญาของงานสังคมสงเคราะห์

"Help them to help themselves" = "ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเองได้"

ยิ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับบ้านเมืองเรานะ

เหมือนนิทานเรื่องช่วยคนอื่นโดยการให้ปลา เราไม่ใช่ว่าจะให้ ให้ ให้ เพียงอย่างเดียว

แต่ต้องสอนให้เขารู้จักการตกปลาเองด้วย

และถึงแม้ตอนนี้เราจะไม่ได้เป็น "นักสังคมสงเคราะห์"

แต่เราก็ภูมิใจที่มีโอกาสได้เรียนคณะนี้

แล้วก็สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการทำงาน ปรับใช้กับเพื่อนร่วมงาน

ทำให้เราสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข

ทำงานให้กับประเทศชาติบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ให้สมกับการเป็น "ข้าราชการ"

Comment

Comment:

Tweet

โปรดดูเว็บสังคมสงเคราะห์ที่นี่
http://thaisocialwork.igetweb.com/

#12 By โสภณ พรโชคชัย (58.8.33.120) on 2008-11-20 10:26

เห็นต๊อบกะพี่ริด บอกว่ามีบัณฑิตสังคมสงเคราะหรุ่นแรกมาร่วมงานด้วย อายุประมาณห้าสิบก่าๆ สุดยอด

#11 By KissingKissMe ~ on 2007-02-23 12:52

^^

#10 By แมงปอ on 2007-01-29 12:12

ว๊าววปณิธานแรงกล้า ดีค่ะ พี่ว่าเรียนแบบนี้ก็ดีนะ อยากเรียนเหมือนกันแต่พี่บ้านไม่มห้หรอก แง่มๆๆ
ชอบจังที่ช่วยยให้เค้าช่วยเหลือตนเองได้

#8 By aMy ^^ on 2007-01-27 23:42

ขึ้นอยู่กับตัวเราจริงๆนั่นล่ะครับ
แต่ทุกความรู้มีประโยชน์หมดครับผม

#7 By Thon on 2007-01-26 23:38

อยากจบแล้วอ่า



#6 By tara on 2007-01-26 23:06


อยู่ที่เราครับ
ว่าเราเรียนเอาความรู้มาใช้ประโยชน์
อาจไม่ใช่งานยิ่งใหญ่ในสายตาใคร
แต่ยิ่งใหญ่ในสายตาเรา ก็พอแล้ว

ปล อารมณ์ดีแล้วครับ แต่งานเยอะโคตร
ขอบคุณที่คิดถึงกันนะคับ

#5 By AkE on 2007-01-26 22:13

จำได้ตอนที่ปุ้มไปฝึกงานที่ต่างจังหวัด ปุ้มเคยเล่าให้ฟัง ฟังแล้วน่าสนุกดี ดูปุ้มมีความสุขกับคณะที่เรียน กับสิ่งที่ทำ ดีนะ เราเรียนสนุก มีความสุขกับงาน ก็พลอยที่จะทำให้งานออกมาดีด้วยเนอะ ยังไงขอร่วมแสดงความยินดีกับ 53 ปีของคณะสังคมสงเคราะห์ด้วยนะครับ

#4 By pjjay (203.148.245.226) on 2007-01-26 16:50

ทุกสาขาวิชามีประโยชน์ทั้งนั้นแหละค่ะ ...

มันอยู่ที่ใจ

#3 By !2know ++ on 2007-01-26 14:38

^
^
^
ถูกต้องนะคร๊าบบบบ

#2 By Grëêñßåÿgøñ™ on 2007-01-26 13:15

ทุกคณะ ทุกสาขา
ต่างก็ให้ประโยชน์แก่ตัวผู้เรียนและสังคมทั้งนั้น
แต่ขึ้นอยู่กับว่า เราเอาความรู้ที่ร่ำเรียนมา
เอาไปใช้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน
ใช่มั้ยคะ ..